ลูน็อกซ์ ไนท์ฟอล (18) Y7 Virmount Wizardry School 191cm /80kg ID: 21951
#DAV_Commu
https://docs.google.com/document/d/1ed6fQLghJOl_9CfeHTu0C7Wt-zJ1Kimz5AA176BwzC0/edit?usp=sharing

@dav-lunox.bsky.social
ลูน็อกซ์ ไนท์ฟอล (18) Y7 Virmount Wizardry School 191cm /80kg ID: 21951
#DAV_Commu
https://docs.google.com/document/d/1ed6fQLghJOl_9CfeHTu0C7Wt-zJ1Kimz5AA176BwzC0/edit?usp=sharing
มือที่จับแว่นยื่นหนี "ก็มองไม่เห็นไปก่อน นายไม่ต้องลุกไปไหนอยู่แล้วนี่ครับเจซ" มองไม่เห็นเพราะใคร ลุกไม่ได้ก็เพราะใครอีกล่ะ!? ก็ไอ้หัวหนักๆ นั่นยังจองตักไว้อยู่เลย สองมือจับขาแว่นสองด้านให้ดีๆ ยื่นออกไปข้างหน้าแล้วหรี่ตามองผ่านเลนส์ใส ชวนมึนหัวน่าดูสำหรับคนสายตาปกติ "ตอนเจอกันแรกๆ นายยังไม่ใส่แว่นเลย ชอบแอบอ่านหนังสือใต้ผ้าห่มเหรอ???" "แล้ว..สั้นเท่าไรครับ" "ค่าสายตา?"
"ผมไม่ได้ใจเต้นกับโซลแบบที่เป็นกับแฟนคนล่าสุดของเรา" 2ปีก่อนพวกเขามีแฟนสาวคนเดียวกัน คบกันแบบสามคนอยู่ได้ดีราวๆปีกว่า จนกระทั่งที่บ้านของเธอตัดสินใจว่าไม่อยากให้ลูกสาวมีชื่อเสียงในแง่สองหลัว "ขอยืมดูแว่นได้ไหมครับ?" มุมปากวาดรอยยิ้มสุภาพชน เอ่ยถามความสมัครใจ —กับผีดิ่ คราวหน้าที่ว่าก็คือคราวนี้! มือผีดิบเย็นเยียบดันเข้าอีกนิด ขยับแกนนิ้วคล่องแคล่วฉกแว่นเจ้าเนิร์ดออกมาอย่างไว
คำว่าเพื่อนสนิทกับคนรู้ใจ สำหรับลูน็อกซ์เขาให้โซลได้ทั้งคู่ เพราะความจริงตามรูปคำมันก็เป็นเช่นนั้น คำถามอาจไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึกและการกระทำสำหรับไอ้เจ้าเพื่อนสองคนนี้ของคุณ แต่คือ 'แล้วจำเป็นต้องมีแค่คนเดียวด้วยเหรอ' ? "เช่นว่าาาา" เจ้าตัวดีลากเสียงยาว อุตส่าห์ทิ้งช่วงไว้เผื่อว่าอีกฝ่ายจะใช้ความคิดตามไปจนระวังตัวน้อยลงสักหน่อยแล้วเชียว ไม่หลงกลแฮะ คราวหน้าไม่ให้เลือกแล้วดีกว่า😌 +
บังอาจเคลือบแคลงความสะอาดของผักผม นายจะโดนท้าต่อยในอีก 2458 วันข้างหน้าแน่ คิดว่าผมอยู่กับคนแบบไหนมาทั้งชีวิตล่ะ - . - พาสต้าทะเลในจานเขาหมดไปครึ่งแล้ว นั่นน่าจะเป็นอีกอย่างที่ยืนยันได้ "โซลน่ะเก่งอยู่ครับ แต่ผมไม่หรอก" "แค่เป็นเมนูที่เอาไว้ทำกินกันตายเวลาขี้เกียจเรียกแม่บ้านเฉยๆ ไม่เหมือนพวกนายสองคนหรอกที่ทำอาหารกันได้จริงๆจังๆ" "แต่อยู่กับพวกนายก็ไม่อดตายแล้ว😊" ง่ำๆๆ
ลูน็อกซ์ขยับเชลโลออกไปวางพิงไว้ที่ขาตั้งด้านข้าง เขาลุกเดินเอื่อยไปที่เปียโน เท้าศอกไว้ด้านบนแล้ววางแก้มลงบนฝ่ามือตัวเอง ดูเหมือนจะสนใจเรื่องคุยมากกว่าซ้อมซะแล้ว "อาจารย์เคยมีความรักในวัยเรียนไหมครับ?" สมัยที่ยังอายุเท่าเขา หรือราวๆ นี้ "ตอนนั้นคิดว่ามันจะสามารถคงอยู่ได้ตลอดไปรึเปล่า?" เดินตามผุใหญ่หมาไม่กัด ขอรับฟังประสบการณ์🥺
"แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจที่นายพูดถึง เพราะพวกผมก็เพิ่งถูกถามมาว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า" ลูน็อกซ์ยกสองมือเคลื่อนขึ้นไปทางใบหน้าเจเซริส เหมือนจะหยิบอะไรสักอย่าง(?) น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยบอกเล่าไปพลาง ไม่ได้จงใจทำไขสือ "อืมม จริงๆ มันก็มีจุดที่แตกต่างอยู่นะครับ" "เช่นว่า" หยุดบทสนทนาค้างไว้จังหวะหนึ่ง เช่นเดียวกับมือ —ยังไม่หยิบ คราวนี้ให้โอกาสเลือกหน่อยแล้วกัน ว่าจะหลบ หรือไม่หลบ
"เจ็บครับ แต่ใช้เวลาไม่นานก็พอทน" รอยสักลายเส้นสีดำเด่นชัดบนผิวขาวซีด เรียงตัวพาดตามความยาวของใบหูด้านหลัง ประจุดเชื่อมต่อพอจะดูออกว่าเป็นกลุ่มดาว จุดหนึ่งในนั้นถูกแต่งเติมเป็นรูปพระจันทร์ กลุ่มดาวเจมิไนที่มีอยู่แค่ครึ่งเดียว เจ้ายักษ์ขาวขยับตัวนอนหงาย ทิศทางของร่างกายส่วนที่เหลือจึงเบี่ยงออกไปด้านข้าง แผ่นฟ้าฤดูหนาวในครรลองถูกแต้มด้วยสายไหมสีน้ำตาลหม่นและกรอบแว่น +
"เย้" ลูน็อกซ์ยิ้มรับคำเรื่องไปลองร้านใหม่ หลังจากเก็บข้าวของกันเรียบร้อยจึงค่อยพากันออกจากโรงเรียนไปด้วยกันสามคน สองหนุ่มมักให้โอคาริน่าเดินตรงกลาง ไม่ต่างจากเจ้าหญิงน้อยที่มีสององครักษ์ร่างสูงขนาบข้างคอยดูแล รอยยิ้มปะปนในบทสนทนา บรรยากาดูน่ารักไม่น้อยหากมองไกลๆ หน่อย เพราะบทสนทนาที่แท้จริงคือ "ตอนนี้เธอเป็นหลุมอยู่แน่ะ ยัยลูกหมู" ยกมือวัดระดับความสูงพร่องกลาง(...)
"อาจารย์แซวผมแล้ว!" คนฟังหัวเราะจนดวงตาวาดเป็นวงโค้งหรี่เรียว ตอบรับคำชมจริงใจอย่างยินดี ถึงตรงนั้นเขาก็ขยับเอาเชลโลออกจากตัวไปวางพิงพักไว้ "พอดีช่วงหลังไปช่วยวงดนตรีที่โรงละครเวลาขาดคนหลายรอบ เลยต้องพยายามตามให้ทันพวกเขาหน่อยน่ะครับ ไม่งั้นจะเป็นตัวถ่วงเอา" "แล้วอาจารย์อัสบอร์นมีงานอดิเรกอะไรที่ชอบบ้างไหมครับ?" ชวนคุยดีกว่า แน่นอนว่าาาา ถือโอกาสอู้ซ้อม---
"ผมเคยมีแฟนครับ เลิกกันไปเมื่อปีก่อน" แต่ก็จริงที่คุณจะไม่ค่อยเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงสักเท่าไร เวลาไปเจออาจารย์ก็มีแต่ไปกับโซลนี่นา "ผมชอบเธอนะ แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าผมจะยอมเสียสละมากแค่ไหนเพื่อให้มีเธออยู่ในชีวิต" เขาบอกเล่าง่ายดาย บ่งบอกว่าไม่ได้นับเป็นคำถามเสียมารยาท ฟังดูแล้วก็คงเป็นการคบหาในวัยเรียนที่ถูกผลักดันให้เรียนรู้ความรักผ่านฮอร์โมนว้าวุ่นตามวัยมากกว่าจะเข้าใจเรื่องลึกซึ้ง
"น่ากินจังครับ" ผลึกแก้วสีแดงจางหนึ่งคู่คล้ายจะเกิดประกายวาววับขึ้นมาทีเดียว ไม่ใช่ว่าจะตาวาวกับครีมสดได้อย่างเดียวหรอก เขารู้ฝีมือทำอาหารของโซลอยู่แล้ว รสชาติไม่น่าห่วง เขารู้ฝีมือทำขนมของคีริลล์อยู่แล้วเช่นกัน รสชาติยิ่งไม่น่าห่วง พวกคุณควรห่วงแค่ว่าในสลัดจะใส่น้ำตาลแทนเกลือเพราะสาดลงไปผสมกับเดรสซิ่งแบบไม่ดูตาม้าตาเรือก็พอแล้ว "อร่อยย😊" จุ้งถูกส่งเข้าปากหมอนี่แล้วหนึ่ง
(มาแล้ว ขออภัยที่ช้าครับ รูทนี้มันม่ายขึ้นในแถบเมนชั่นผมมม) เด็กชายผมสีแพลตินั่มบลอนด์ ผิวซีดขาวในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนแย้มยิ้มน้อยๆ ราวกับเป็นเพียงรอยยิ้มติดใบหน้า ผงกหัวหงึกๆ รับคำเพื่อนข้างเคียง "ชื่อเสียงไม่ดีก็เรื่องหนึ่ง" "นิสัยไม่ดีเป็นอีกเรื่อง" "นายเป็นอย่างไหนครับ???" ดวงตากลมโตสีแดงสนิมกระพริบจับจ้องคู่สนทนา เอียงหัวคล้ายกับกำลังรอฟังคำตอบ
"ถามจริงงงงเลยนะริน่า" เจ้าลูน็อกซ์เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ "อยู่ดีๆ เธอก็ถามเรื่องหิวขึ้นมา ผมเลยนึกว่าเธอหิวน่ะสิ" เขาหลุดหัวเราะขำเบาออกมา ดูเหมือนเกรดวิชาอ่านใจหญิงสาวของหมอนี่จะอยู่ในขั้นตกมีน ใครจะนึกว่าคุณจะเมนชั่นมันขึ้นมาลอยๆ กันเล่า "แต่ไปหาอะไรกินก็ดีนะครับ มีร้านเปิดใหม่ที่อยากไปลองอยู่ด้วย" "ร้านตรงหัวมุมนั้นที่เราเดินผ่านกันวันก่อนน่ะ จำได้ไหมครับโซล"
"หืม.??" คุณได้ยินเสียงครางใช้ความคิดในลำคอเบาๆ ลูน็อกซ์กำลังคิดว่าไม่ควรทำแบบนี้คือทำแบบไหน แต่ตอนนี้ก็ทำอยู่อย่างเดียวคือหนุนตักเจเซริสอย่างสบายอารมณ์ ไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดี(?) "นายพูดอย่างกับว่าผมกำลังนอกใจโซล" อนุมานจากคำว่า ต่อให้โซลไม่อยู่ตรงนี้ก็เถอะ "เราเป็นเพื่อนกันครับ เขาไม่สนหรอกว่าผมจะไปอี๋อ๋อกับใครบ้าง" เลือกใช้คำว่าอี๋อ๋อให้น่าเขกกระโหลกสักที หมอนี่มันจงใจกวนตีนนิ่-
"อาจจะมีก็ได้ในอนาคต ผมก็อยากเห็น" เขาตอบง่ายดาย เหมือนพูดเรื่องไกลตัวที่ยังไม่เห็นความเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเกิดขึ้น คนที่จะทำให้หนึ่งในพวกเขาอยากแยกจากกัน ขนมที่อร่อยมากพอจะกินทั้งชิ้นโดยไม่สนใจชา ใครสักคนที่จะทำให้เขายอมตายเพื่อให้โซลมีความสุข แบบในนิยายรักที่เพิ่งได้ฟัง หรือไม่ ,ก็กลับกัน "ว่าแต่นอนกับคนๆ เดียวกันแต่ไม่ใช่แฟนเนี่ย ชีวิตของพวกผู้ใหญ่ฟังดูมีสีสันจังเลยนะครับ😊"
ลูน็อกซ์ผงกหัวหงึก เห็นด้วยกับคำพูดเพื่อน "โซลเป็นคนสำคัญของผม เวลาที่ควรได้ใช้ด้วยกันผมไม่ได้อยากแบ่งให้ใครเพราะแค่ต้องเข้าใจว่าเป็นแฟนกันอยู่" "เลยไม่อยากคบใครโดยไม่มีโซล ไม่ได้อยากให้โซลคบใครโดยไม่มีผมด้วย มีทั้งคนสำคัญและคนที่ชอบอยู่ข้างๆ ก็สนุกดีออก" ในเมื่อสามารถมีทั้งชาดีและขนมอร่อย แล้วทำไมจะต้องเลือกแค่อย่างเดียวล่ะ~ (🚩) ยกชาดื่มระหว่างที่ฟังเรื่องเล่า และคำถาม +
"ยัยวิเวียนมาเดินเล่นกับเพื่อนที่สโตร์ ผมบอกให้เรียกรถม้าก็ไม่เอา งอแงให้ปั่นจักรยานมาส่ง เลยต้องรอรับกลับอยู่" เจเซริสทราบว่าวิเวียนเป็นน้องสาวที่อายุห่างกัน 6 ปีของเขา หากแวะไปที่บ้านไนท์ฟอลก็คงเคยพบหน้ากันบ้าง "อากาศแบบนี้คงอีกไม่กี่วัน" "อยากให้มันมาตรงวันหยุดจัง ไม่งั้นผมคงหงุดหงิดทั้งวันแน่" คุณรู้ว่าวันนั้นของเดือน(?) —อาการเดือนดับ เป็นช่วงที่ไม่ควรเข้าใกล้ไอ้หมอนี่ที่สุดเลย
ระหว่างที่อีกฝ่ายมัวแต่ใช้ความคิด ป่านนั้นหัวสีแพลตินั่มบลอนด์ก็วางลงบนหน้าขาคุณแล้ว เขาไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนท่าทางเพียงหันตะแคงไปด้านข้าง แล้วถือวิสาสะเอาหัวไปพาดหนุนอย่างง่ายๆ ข้างแก้มและกกหูฝั่งหนึ่งที่ทับอยู่บนความอบอุ่นของมนุษย์ เจ้าตัวระบายลมหายใจออกยาวครั้งหนึ่งราวกับคลายใจ มันเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียวในความเงียบ จากนั้นจึงค่อยส่งเสียงตอบ +
"พาเธอมานั่งกินขนมรอนายน่ะ" "ยัยนี่บ่นหิวแล้ว ว่าจะชวนไปหาอะไรกินด้วยกันสักหน่อย" เขาตอบ มือยื่นไปหยิบขนมสักชิ้นบนนั้นมาแกะ ปล่อยให้อีกคนเลือกคุกกี้ตามใจชอบ น่าจะมีคุกกี้เนยเป็นหลัก อาจโรยหน้าด้วยอัลมอนด์ ผลไม้แห้ง หรือถั่วต่างๆ ข้างกันมีบรูคกี้ที่เหลืออยู่แค่ 2-3 ชิ้น ดูท่ามันจะขายดีในหมู่สมาชิกชมรมดนตรี เพราะหยิบกินง่ายไม่เลอะเทอะ และอร่อยหอมโกโก้เข้มๆ